อาเซียน หรือสมาคมประชาชาติตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN: Association of Southeast Asian Nations) เป็นองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ

จุดประสงค์เริ่มแรกคือการร่วมตัวกันเพื่อสร้างความมั่นคงและต้านภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ โดยต่อมามีประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ตามลำดับดังนี้ คือ บรูไน (พ.ศ. 2527) เวียดนาม (พ.ศ. 2538) ลาวและเมียนมาร์ (พ.ศ. 2540) และกัมพูชา (พ.ศ. 2542) ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ

อาเซียนได้มีวิวัฒนาการเรื่อยมา โดยในปี พ.ศ. 2549 ผู้นำอาเซียนได้แสดงเจตนารมณ์ใน Bali Concord II เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2563 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดการเป็นประชาคมอาเซียน ให้เร็วขึ้นอีก 5 ปี จากปี พ.ศ. 2563 เป็นปี พ.ศ. 2558 และลงนามรับรองกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) ซึ่งเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญของอาเซียน ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ณ ประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคลในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล เป็นการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรให้กับอาเซียน พร้อมกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรที่สำคัญในอาเซียนตลอดจนความสัมพันธ์ในการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนให้สามารถดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายโดยเฉพาะในการรวมตัวของประชาคมอาเซียนให้ได้ภายในปี 2558 โดยประเทศสมาชิกได้ให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียน ครบทั้ง 10 ประเทศ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 กฎบัตรอาเซียนจึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป

วัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียนคือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น โดยกฎบัตรอาเซียนได้มีข้อกำหนดใหม่ๆ ที่ช่วยให้อาเซียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้
1. กำหนดให้เพิ่มการประชุมสุดยอดอาเซียนจากเดิมปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ผู้นำมีโอกาสหารือกันมากขึ้น
2. มีการตั้งคณะมนตรีประชาคมอาเซียนตามเสาหลักทั้ง 3 ด้าน คือ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
3. กำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำอาเซียนไปประจำที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อการทำงานอย่างใกล้ชิด
(กองอาเซียน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรายงานประจำปี พ.ศ. 2555 – 2556 , 2556)

แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนและสาขาที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนบรรลุเป้าหมายโดยสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2558 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาชะอำ-หัวหินว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2552 – 2558 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 ซึ่งประกอบด้วยแผนงานการจัดตั้ง 3 เสาหลัก ได้แก่
1) แผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
(ASEAN Political Security Community Blueprint –APSC Blueprint)
2) แผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(ASEAN Economic Community Blueprint –AEC Blueprint)
3) แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
(ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint –ASCC Blueprint)

เป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในปี 2558 มุ่งหวังให้เป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี และมีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียน เพื่อสร้างความรู้สึกของการเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกัน
แผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC Blueprint) ประกอบด้วย ความร่วมมือ 6 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนามนุษย์ (Human Development)
2. การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม (Social Welfare and Protection)
3. สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice and Rights)
4. ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม  (Environmental Sustainability)
5. การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน  (Building ASEAN Identity)
6. การลดช่องว่างทางการพัฒนา (Narrowing the Development Gap)

โดยจาก 6 ด้าน แบ่งแยกการทำงานออกเป็นความร่วมมือ 16 สาขา ซึ่งแต่ละสาขามีหน่วยงานรับผิดชอบทำหน้าที่ผู้ประสานงานหลักของประเทศไทย